บริษัทให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยยึดหลักการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ครอบคลุมความหลากหลายทางเพศ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ และกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการและเด็ก
บริษัทได้กำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับหลักการสากล และสื่อสารให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดทำกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจและตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และเคารพสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนในระยะยาว
ผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมอบรม และลงนามรับทราบในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ปี 2568 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568
บริษัทจัดอบรมการขับขี่ปลอดภัย เพื่อส่งเสริมสิทธิในการทำงานอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนด้านสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน
จากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท ปัจจัยสำคัญของการจัดลำดับความสำคัญของการจัดการผลกระทบคือ ความเป็นไปได้ของการเกิดผลกระทบนั้นๆ และผลกระทบครอบคลุมสิทธิมนุษยชนทั้ง 4 ด้าน ดังนี้
| ความเป็นไปได้ของการเกิดผลกระทบ | ต่ำ (1) | ปานกลาง (2) | สูง (3) | สูงมาก (4) |
|---|---|---|---|---|
| โอกาสการเกิด | แทบไม่เกิดขึ้น หรือ เกิดขึ้นน้อยนานๆ ครั้ง ไม่เกิน 1 ครั้ง/ปี | เกิดขึ้นปานกลาง 2 - 3 ครั้ง/ปี | เกิดขึ้นบ่อย 6 – 12 ครั้ง/ปี | เกิดขึ้นประจำ เกิน 1 ครั้ง/เดือน |
| ลักษณะของผลกระทบ | มีผลกระทบเกิดขึ้นส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัย (สามารถบรรเทาผลกระทบได้ด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น) | มีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียต่อสุขภาพและความปลอดภัย ทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือต้องพบแพทย์ | มีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บสาหัสหยุดงานเกินกว่า 3 วัน หรือ ทุพพลภาพ | มีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยขั้นเสียชีวิต |
| ขอบข่ายผลกระทบ | มีผลกระทบเกิดขึ้นต่อบางคนในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย | ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มใดเพียงหนึ่งกลุ่ม | ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียมากกว่า 1 กลุ่มขึ้นไป | ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้าง หรือเป็นผลกระทบต่อสาธารณะ |
| ความสามารถในการเยียวยา | สามารถเยียวยาได้ง่าย ใช้เวลาภายใน 1 เดือน | สามารถเยียวยาได้ใช้เวลามากกว่า 1 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี | สามารถเยียวยาผู้มีส่วนได้เสีย โดยใช้เวลามากกว่า 1 ปี | ไม่สามารถเยียวยาผู้มีส่วนได้เสียได้ /ใช้เวลามากกว่า 5 ปีขึ้นไป |
จากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท รวมถึงพื้นที่ที่บริษัทมีสิทธิในการควบคุมจัดการ พบว่าพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัทมีระดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอยู่ในระดับต่ำถึงระดับสูง โดยบริษัทได้จัดทำแนวทางควบคุมและฟื้นฟูประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังนี้
100%
ของพื้นที่ปฏิบัติการที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
100%
ของพื้นที่ปฏิบัติการที่พบว่ามีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (4 พื้นที่ปฏิบัติการ)
100%
ของพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีการป้องกันบรรเทา และกระบวนการเยียวยาผลกระทบ
บริษัทให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของพนักงาน โดยจัดให้มีกลไกการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมกรณีการเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิด หรือการคุกคามในทุกรูปแบบ
บริษัทเปิดช่องทางการร้องเรียนที่หลากหลาย เช่น การแจ้งผ่านผู้บังคับบัญชา ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยรับรองความลับของข้อมูลและสิทธิของผู้ร้องเรียน รวมถึงรองรับการแจ้งโดยไม่เปิดเผยตัวตน และมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสไม่ให้ได้รับผลกระทบในทางลบ เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน บริษัทจะแต่งตั้งคณะทำงานสอบสวนอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงข้อมูล หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการทางวินัยหรือทางกฎหมายตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดแนวทางการจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบข้อเท็จจริง การกำหนดมาตรการชดเชย ฟื้นฟู และการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่พบข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายสิทธิมนุษยชน